เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา งานประชุมธุรกิจระดับนานาชาติ “Navi Mumbai Global Business Summit 2026” ได้จัดขึ้น ณ โรงแรม The Park Hotel เมืองเบลาปูร์ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการระหว่างประเทศอินเดียและประเทศไทยภายในงานได้รับเกียรติจาก Mr. Prashant Thakur เลขาธิการพรรค BJP แห่งรัฐมหาราษฏระ และสมาชิกสภานิติบัญญัติ (MLA) เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวแสดงความยินดีต่อผู้จัดงาน รวมถึงให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมงานคือ Mr. Nilesh Mhatre เลขาธิการทั่วไป พรรค BJP เมืองนาวีมุมไบ ซึ่งได้เข้าร่วมพบปะและหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างอินเดียและประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนเครือข่ายภาคธุรกิจระหว่างสองประเทศในอนาคตสำหรับคณะผู้แทนจากประเทศไทย มีสมาชิกจากสมาคมการค้า ส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน (กสสท.) PEITA เข้าร่วมงานในฐานะตัวแทนภาคเอกชนไทย เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้นคณะผู้แทนไทยนำโดย นายนรินทร์ ปิยะสัจจะเดช เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วย นายธราดล ทองเรือง ที่ปรึกษาสมาคมฯ อดีตอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ไทย ประจำประเทศอินเดีย ซึ่งเข้าร่วมพบปะหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การค้า และโอกาสทางธุรกิจกับนักลงทุนและผู้ประกอบการจากหลากหลายภาคส่วนการดำเนินรายการภายในงานได้รับเกียรติจาก Mr. Chittaranjan Tembhekar ผู้ช่วยบรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์ The Times of India (TOI) ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินเวทีเสวนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้แทนจากหลายประเทศอย่างเป็นทางการภายในงานยังมีเวทีเสวนา การประชุมทางธุรกิจ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำธุรกิจ นักลงทุน นักข่าว และบุคคลสำคัญจากทั้งอินเดียและต่างประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทยได้มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วนเข้าร่วมบรรยายผ่านระบบประชุมออนไลน์ เพื่อสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในมิติด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และความมั่นคงระหว่างประเทศดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ได้กล่าวถึงบทบาทของประเทศอินเดียในฐานะหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center ที่สำคัญของโลก พร้อมเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียในการพัฒนา “Data Hub” หรือศูนย์กลางด้านข้อมูลและเทคโนโลยีในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขณะเดียวกัน ดร.รัตนาภรณ์ ธรรมโกศล ได้บรรยายถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า โดยไทยมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งทวีปแอฟริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการอินเดีย หากมีการขยายความร่วมมือทางการค้าร่วมกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Dr.Omkar Hari Mali ผู้ก่อตั้งองค์กร Udyami Maharashtra นักสร้างแรงบันดาลใจ วิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเข้า–ส่งออกของประเทศอินเดีย เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศ พร้อมนำเสนอ “มุมมองใหม่ที่อินเดียควรมองประเทศไทย” โดยชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการอินเดียในอนาคตในส่วนของมิติด้านความมั่นคง พลโท ณฐพร จุลศักดิ์ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย ทั้งในด้านความร่วมมือทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคงในระดับภูมิภาค ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศนอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงประเด็นด้านสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดย ดร.อรวรรณ พรจุลศักดิ์ นายกสมาคมสภาสันติภาพโลก ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสงบสุข เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างยั่งยืนในอนาคต
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและอินเดียได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Networking) รวมถึงการเจรจาการค้าและการลงทุนในรูปแบบ B2B ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและขยายตลาดระหว่างสองประเทศในอนาคต
ผู้จัดงานหลัก ได้แก่ Vaibhav Sonthakke ผู้ก่อตั้ง U Business Meet ซึ่งได้ร่วมมือกับ นายประเสริฐ ปิยะสัจจะเดช นายกสมาคมการค้า ส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน (กสสท.) PEITA ในการผลักดันเวทีความร่วมมือครั้งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองฝ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งนิมิตหมายสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ทางสมาคมการค้า ส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน (กสสท.) PEITA เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคเอกชนไทยในการสร้างความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจระหว่างไทยและอินเดีย พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของสมาคมฯ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนไทยที่ร่วมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดอินเดียและตลาดโลก
ในอนาคต สมาคมฯ เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมความร่วมมือเพิ่มเติม ทั้งในรูปแบบการประชุมธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า (Business Matching) และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–อินเดียให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
















No comments:
Post a Comment