นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า (สศก.) ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมอบหมายให้ ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมเป็นวิทยากรในฐานะผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในงานเสวนา ASEAN–EU Sustainability Summit 2026 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ Tambuli Seaside Resort & Spa เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายใต้หัวข้อ Food Security,Animal Health,and Climate Resilience : A Sustainability Imperative for ASEAN เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร สุขภาพสัตว์ และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเกษตรและอาหารต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศงานเสวนาดังกล่าวจัดโดยสภาธุรกิจสหภาพยุโรป–อาเซียน (EU–ASEAN Business Council: EU–ABC) ร่วมกับหอการค้ายุโรปแห่งฟิลิปปินส์ (European Chamber of Commerce of the Philippines: ECCP) โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายจากอาเซียนและสหภาพยุโรปเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน ความมั่นคงอาหาร และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโอกาสนี้ รองเลขาธิการ (สศก.) ได้นำเสนอทิศทางนโยบายเกษตรของประเทศไทย ตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความยั่งยืนและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่ระบบเกษตรและอาหาร ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ การบริหารจัดการน้ำและความเสี่ยงเชิงรุก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในการปรับตัวต่อความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศและตลาดโลกสำหรับประเด็นด้านสุขภาพสัตว์ ได้นำเสนอภาพรวมเชิงนโยบายของไทย โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคสัตว์ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร พร้อมเน้นย้ำว่า สุขภาพสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงอาหาร เศรษฐกิจชนบท และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดโลก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ปศุสัตว์ถือเป็นสินทรัพย์สำคัญของครัวเรือนนอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคสัตว์เชิงรุกตามแนวทาง One Health ผ่านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ การฉีดวัคซีน การเฝ้าระวังโรค การบริหารจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน และการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนจากโรคระบาด ลดการใช้ยาต้านจุลชีพโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการผลิตปศุสัตว์ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยสนับสนุนให้อาเซียนยกระดับการทำงานร่วมกันจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่ความร่วมมือเชิงระบบที่มีข้อมูลเป็นฐาน โดยเฉพาะการแบ่งปันข้อมูล ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการประสานนโยบายเพื่อรับมือความเสี่ยงข้ามพรมแดน ทั้งโรคระบาดสัตว์ ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ภูมิภาคสามารถเฝ้าระวัง ตอบสนอง และบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ ภาคเกษตรไม่ใช่เพียงฐานการผลิตอาหารของประเทศ แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การขับเคลื่อนเกษตรไทยในระยะต่อไป จึงต้องอาศัยทั้งข้อมูล เทคโนโลยี มาตรฐาน ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการบูรณาการจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ระบบอาหารของไทยและอาเซียนมีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งการเข้าร่วมเวที ASEAN–EU Sustainability Summit 2026 นับเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนบทบาทของประเทศไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่ระบบที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ พร้อมแสดงความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับอาเซียน สหภาพยุโรป และภาคีระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงอาหาร ความปลอดภัยอาหาร สุขภาพสัตว์ และความสามารถในการปรับตัวของภาคเกษตรอย่างยั่งยืน
ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : กองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ












No comments:
Post a Comment