สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวนาปี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร หนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ - สำนักข่าวพิมพ์ไทย | www.phimthai.com

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Search This Blog

Tuesday, May 19, 2026

สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวนาปี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร หนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และแนวโน้มข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกสินค้าพืชเศรษฐกิจ (ข้าวนาปี)” เพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตข้าวนาปี และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบายการผลิตข้าวนาปีอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง BCG Economy Model
การศึกษาครั้งนี้ (สศก.) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 - 12 (สศท.1 - 12) รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรปีการผลิต 2567/68 ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปีสำคัญ 37 จังหวัดทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างรวม 534 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรทั่วไป 267 ราย และเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน 267 ราย โดยนำแนวคิดต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC) มาใช้วิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างเกษตรกรทั้ง 2 กลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปียังคงเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งความผันผวนและความไม่แน่นอนของราคาข้าว ปัญหาโรคข้าวและแมลงศัตรูพืช สภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง น้ำไม่เพียงพอ รวมถึงต้นทุนปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาสูง ดังนั้น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการเปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พบว่า การวิเคราะห์ดินก่อนการใส่ปุ๋ย ช่วยให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้เฉลี่ย 145.62 บาทต่อไร่ โดยเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีต้นทุนรวม 4,400.78 บาทต่อไร่ ได้ผลผลิต 553.57 กิโลกรัมต่อไร่ ได้รับผลตอบแทน 6,105.88 บาทต่อไร่ (ทั้งนี้ คำนวณจากราคาข้าวเปลือกเจ้านาปี ณ ความชื้น 15% เฉลี่ยประมาณ 11,030 บาทต่อตัน ณ วันสำรวจช่วงเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน 2568) และมีกำไร 1,705.10 บาทต่อไร่ หรือ 3.08 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อเทียบกับเกษตรกรทั่วไป พบว่า มีต้นทุนต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยทั่วไป ร้อยละ 5.24 ได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า ร้อยละ 3.41 และได้กำไรต่อกิโลกรัมสูงกว่าถึงร้อยละ 31.06 สะท้อนว่าแนวทางดังกล่าวสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้
ด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า เกษตรกรทั่วไปมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ย 854.64 kgCO₂e ต่อไร่ ขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินปล่อยเฉลี่ย 787.98 kgCO₂e ต่อไร่ หรือลดลง 66.66 kgCO₂e ต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.80 เมื่อพิจารณาการใช้ปุ๋ยเคมี พบว่า การใส่ปุ๋ยยูเรียทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) โดยเกษตรกรทั่วไปปล่อยเฉลี่ย 12.68 kgCO₂e ต่อไร่ ขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินปล่อยเพียง 7.41 kgCO₂e ต่อไร่ น้อยกว่าร้อยละ 41.56 ส่วนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนส่งผลต่อการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N₂O) โดยเกษตรกรทั่วไปปล่อยเฉลี่ย 52.07 kgCO₂e ต่อไร่ ขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินปล่อยเพียง 33.20 kgCO₂e ต่อไร่ น้อยกว่าถึง 18.87 kgCO₂e ต่อไร่ หรือร้อยละ 36.24 เนื่องจากการเลือกใช้สูตรและปริมาณปุ๋ยที่สอดคล้องกับความต้องการของพืช
เมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม พบว่า การวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ยมีค่าต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) เท่ากับ -6.67 หมายความว่า เมื่อเกษตรกรเปลี่ยนจากการผลิตข้าวนาปีแบบทั่วไปมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก 1 kgCO₂e ได้ 6.67 บาท กล่าวคือ เกษตรกรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ยังได้รับผลตอบแทนสุทธิสูงขึ้น พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในเวลาเดียวกัน
จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่า การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N₂O) สอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ของประเทศ และมีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต
ในระยะต่อไป ควรเร่งขยายผลผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) แปลงใหญ่ และแปลงเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรเห็นผลจริงในพื้นที่ สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงบริการตรวจวิเคราะห์ดินได้สะดวกขึ้น ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ (อบก.) เพื่อพัฒนาแนวทางเชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่ตลาดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ สำหรับผู้สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) โทรศัพท์ 0 3835 1398 ในวันและเวลาราชการ





No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages