สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึกกำลังสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆวันที่ 6 ก.พ.2569 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ : ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตโดยบันทึกความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
1.การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร
1.1 มีการส่งเสริมสนับสนุนการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและในหลักสูตรการเรียนรู้ของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต สำหรับสาขาวิชาที่มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ทั้งทางด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการในมิติต่างๆ ให้สูงขึ้น
1.2 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ของทั้งสององค์กร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
1.3 มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระหว่างกัน ตลอดจนสนับสนุนเกื้อกูล และอำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องของแต่ละองค์กร
1.4 มีการสร้างความร่วมมือทางด้านการจัดการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ความร่วมมือระหว่างกันในการใช้บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
1.5 มีการสร้างความร่วมมือด้านการประชุมสัมมนาทางวิชาการ และสนับสนุนเกื้อกูลระหว่างกัน สำหรับการเป็นเครือข่ายในการจัดการประชุมทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
1.6 สภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ หรือบุคลากร หรือทั้งงบประมาณและบุคลากร ให้กับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ในการอบรมโครงการต่างๆ ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ดำเนินการจัดให้มีขึ้นในแต่ละครั้ง หรือตลอดระยะเวลาที่ได้จัดทำแผนงานจัดอบรมในแต่ละปี
1.7 และอื่นๆ ตามความประสงค์ของทั้งสององค์กร2.การดำเนินการในกิจกรรมตามข้อ 1. ตลอดจนกิจกรรมใดที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความร่วมมือข้างต้นให้บังเกิดผล จะต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายในรายละเอียดเป็นรายกรณี
3.การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมบันทึกความร่วมมือนี้ สามารถกระทำได้โดยความเห็นชอบของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ให้จัดทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และเห็นชอบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติม
4.คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ โดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน (เก้าสิบวัน) ก่อนวันที่ประสงค์ให้บันทึกความร่วมมือฉบับนี้สิ้นสุดลง
5.บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีการบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยการบอกเลิกให้เป็นไปตามสัญญาข้อ 4.
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ จะทำให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่ายให้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นต่อไป
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ จะทำให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่ายให้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นต่อไป














No comments:
Post a Comment