ท่ามกลางภาวะความผันผวนของราคาข้าวที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรไทย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างโมเดลใหม่ให้วงการข้าวไทย โดยยกระดับศักยภาพภาคการผลิตปรับเปลี่ยนจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การทำนามูลค่าสูงแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนการพัฒนาช่องทางและกลยุทธ์ทางการตลาด ภายใต้การสนับสนุนและกำกับดูแลเชิงวิชาการ จากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นาประณีตแบบแม่นยำ ลดเคมี ฟื้นธรรมชาติ นายทฤษฏี เพชรมะลิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด ตำบลหนองไม้กอง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า เกษตรกรในกลุ่มใช้ระบบ “นาประณีตแบบแม่นยำ” เน้นการปักดำทุกแปลง และควบคุมวัชพืชด้วยระดับน้ำ เพื่อลดการใช้สารเคมี พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
โดยกรมการข้าวทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามหลัก “ซื่อสัตย์ ยุติธรรม สะอาด และปลอดภัย” ส่งผลให้กลุ่มสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต จนก้าวสู่การเป็นแหล่งผลิตข้าวโภชนาการสูงที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะพันธุ์ “ข้าวทับทิมชุมแพ” และ “ข้าวมะลินิลสุรินทร์”
รวมพลังเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 66 คน มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในโครงการนาแปลงใหญ่ ซึ่งจุดเด่นสำคัญของกลุ่ม คือระบบบริหารจัดการที่เป็นธรรม โดยกลุ่มมีการประกันราคาข้าวให้สมาชิกในราคาสูง เพื่อกระตุ้นการรักษาคุณภาพ ส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งและความร่วมมือในชุมชน เพิ่มมูลค่าข้าวไทย จากนา สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน นางวิทิตตา เพชรมะลิ ผู้ประสานงานด้านการตลาดของกลุ่ม ระบุว่า ความสำเร็จของกลุ่มเกิดจากการพัฒนาทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นมาตรฐานการผลิต เช่น โรงงานต้องผ่าน GMP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างงานให้กับชุมชนไปพร้อมกัน สำหรับด้านการตลาดทางกลุ่ม ให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่ต้องออกมารองรับผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวมะลินิลสุรินทร์ และน้ำมันรำข้าว ซึ่งตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการอาหารฟังก์ชันนอลที่มีสารอาหารสูง นอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้พัฒนาต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์อื่น อาทิ น้ำมันรำข้าวทับทิมชุมแพ น้ำมันรำข้าวมะลินิลสุรินทร์ สบู่สครับจากแกลบข้าวทับทิมชุมแพ และครีมกันแดดจากน้ำมันรำข้าว เป็นต้น
โมเดลรอดวิกฤต ด้วยการแปรรูปและตลาดเฉพาะกลุ่ม แม้ว่ากลุ่มจะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แต่กลุ่มยังคงสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยมุ่งเน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ตลอดจนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายและงานแสดงสินค้า รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
นางวิทิตตา ยังฝากถึงเกษตรกรว่า การเปิดรับการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ กรมการข้าว เกษตรกรจำเป็นต้องพัฒนาตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรยกระดับจากการขายผลผลิตดิบ สู่การสร้างแบรนด์และรายได้ที่ยั่งยืน และหากท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มสามารถติดต่อมาได้ที่ เพจวิสาหกิจชุมชน แปลงนาสะอาดจังหวัดกำแพงเพชร








No comments:
Post a Comment