ตำรวจภูธรภาค 1 ทลายเหมืองบิทคอยน์ย่านคลองหลวง แอบลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ขุดเหรียญดิจิทัล ทำลายเศรษฐกิจประเทศไทย รัฐเสียหายหลายล้านบาท - สำนักข่าวพิมพ์ไทย | www.phimthai.com

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Search This Blog

Thursday, July 9, 2026

ตำรวจภูธรภาค 1 ทลายเหมืองบิทคอยน์ย่านคลองหลวง แอบลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ขุดเหรียญดิจิทัล ทำลายเศรษฐกิจประเทศไทย รัฐเสียหายหลายล้านบาท

"...ตำรวจภูธรภาค 1 สนองนโยบายนายกรัฐมนตรี/สร.1 และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/พิทักษ์ 1 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 สั่งการ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมชุด ปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม ทลายเหมืองบิทคอยน์ย่านคลองหลวง แอบลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ขุดเหรียญดิจิทัล ทำลายเศรษฐกิจประเทศไทย รัฐเสียหายหลายล้านบาท!..."
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น.พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล,พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ รอง ผบก.กค.ฯ ปรก. รอง ผบก.สส.ภ.1
ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 349/2569 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังพบความผิดปกติในการใช้กระแสไฟฟ้า จากการตรวจสอบอาคารดังกล่าวพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น มีสภาพร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัย เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น 3 พบเครื่องขุดบิทคอยน์ และมีการอำพรางเสียงจากพัดลมระบายความร้อนของเครื่องขุด ด้วยการบุผนังเก็บเสียง ซ่อนสายไฟอย่างแนบเนียน มีเสียงคล้ายกับเสียงพัดลมระบายอากาศทำงานอยู่ตลอดเวลา ทางด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการลักลอบดัดแปลงวงจรไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า และมีการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องแบบผิดปกติเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล สร้างความเสียหายแก่รัฐมูลค่าหลายล้านบาท
โดยของกลางที่ตรวจยึดได้มีดังนี้
▪︎ เครื่องขุดบิทคอยน์ : ยี่ห้อ ANTMINER รุ่น L7 จำนวน 9 เครื่อง และยี่ห้อ AvalonMiner จำนวน 1 เครื่อง (รวม 10 เครื่อง)
▪︎ อุปกรณ์เครือข่าย : กล่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต AIS (หมายเลข 8804969893), กล่องขยายสัญญาณ TP-link และ HBC อย่างละ 1 เครื่อง พร้อมสาย LAN รวม 13 เส้น
▪︎ อุปกรณ์ไฟฟ้าดัดแปลง : ตู้เมนสวิตช์ไฟฟ้า 1 ตู้,รางสายไฟควบคุมเบรกเกอร์ 3 ราง, สายไฟ VCT,เบรกเกอร์ HACO,มิเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส และสายไฟ THW ขนาด 35 ตร.มม.

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษต่อไป
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ยังได้กล่าวอีกว่า การดัดแปลงมิเตอร์หรือแอบต่อไฟตรงเพื่อนำมาใช้ขุดเหมืองดิจิทัล ถือเป็นความผิดฐาน "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งย้อนหลังให้แก่การไฟฟ้าฯ อีกเป็นจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ การดัดแปลงระบบไฟฟ้าโดยไม่มีวิศวกรควบคุม และมีการใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดอย่างต่อเนื่องในตึกร้าง มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านประชาชนในละแวกใกล้เคียง
ทางด้านพลตำรวจตรีภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวถึงใครว่าหากผู้ใดพบการกระทำผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแสความกระทำความผิด ในเรื่อง ดังกล่าว หรือเรื่องอื่นๆในเขตพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถแจ้งเบาะแสและเข้าจับกุม ได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 ทุกพื้นที่สถานีตำรวจ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages