“อัจฉริยะ” ดักคอ ตร.รุดแจ้งความลงประจำวัน พร้อมมาแสดงตัวหากมีคดีเพิ่ม ไม่ต้องออกหมายจับ ไม่คิดหนี เพราะต้องรายงานตัวศาล - พบตำรวจ ตามกำหนดนัด วอน อย่าใช้ช่องวางทางกฎหมายเล่นงานนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปยัง กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอลงบันทึกประจำวัน ไว้เป็นหลักฐานว่า หากมีการดำเนินคดี ใดเพิ่มเติม สามารถแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวนได้ตลอด โดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ต้องไปขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากขณะนี้ มีคดี ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและต้องไปรายงานตัวต่อศาลตามกำหนด รวมถึง ต้องไปพบ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ตามที่พนักงานสอบสวน เรียกสอบ โดยเนื้อหาใน บันทึกประจำวันระบุว่าข้าฯ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอแจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ข้าฯเป็นผู้ที่ถูกจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2268/2569 และได้ถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ยื่นคำร้องขอฝากขังในคดีอาญาที่ ฝ.1167/2569 ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ศาลอาญาได้อนุญาตให้ข้าฯได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 400,000 บาท ซึ่งข้าฯเป็นผู้ที่อยู่ในอำนาจการควบคุมตัวของศาลอาญาแล้ว ตามหนังสือประกันตัว ลงวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีกำหนดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 น.ในวันนี้ (27 เมษายน 2569) ข้าฯขอแจ้งความเป็นหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างเปิดเผยกับเจ้าพนักงานว่า หากเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งจะได้ดำเนินคดีอาญาในคดีเดิมดังกล่าวข้างต้น ซึ่งอยู่ในระหว่างประกันตัวในชั้นศาล หรือหากจะดำเนินคดีอาญาเป็นคดีเรื่องใหม่ที่จะมีขึ้นไม่ว่าจะเป็นอีกกี่คดีก็ตาม หากต้องการให้ข้าฯมาพบ ไม่ว่าจะเป็นการ สอบปากคำ การแจ้งข้อกล่าวหา หรือให้มาพบกับพนักงานสอบสวนในกรณีใดๆก็ตาม ก็ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจได้ติดต่อหรือเรียกข้าฯให้เข้ามาพบได้ ตามหมายเลขโทรศัพท์ ที่แนบมาซึ่งข้าฯยินดีที่จะมาเข้าพบพนักงานสอบสวน ได้ทุกเวลา เพื่อต่อสู้คดีต่อไป
ส่วนหนังสือเรียกตัวนั้น ข้าฯขอรับในขณะที่เข้ามาพบก็ได้ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้ง หรือการใช้ช่องว่างทางกฏหมายเล่นงานกัน เพื่อการทำลายชื่อเสียง ทำลายความน่าเชื่อถือ หรือการใส่ความโดยไม่มีโอกาสได้ชี้แจงแก้ไข หรือสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จใส่ความ หรือการหาเหตุให้ร้ายเพื่อลดทอนคุณค่าในตัวข้าฯ ที่จะมีขึ้นอีกในภายภาคหน้าต่อไป ข้าฯจึงมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน








No comments:
Post a Comment