ตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนสื่อออนไลน์ สำนักข่าว โหนกระแสออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 พาดหัวข่าว “ชายถอยรถติดหลุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาทับเด็กก่อนโดนรุมทำร้าย ซ้ำถูกตามต่อยถึงเตียง รพ.” เหตุเกิด บริเวณปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรีสภ.เมืองนนทบุรี ขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 00.10 น. ขณะที่พนักงานสอบสวนเวร คดีอาญาปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้มีญาติของ นายอมรฯ อายุ 45 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บมาแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีในเหตุที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย เมื่อสอบสวนปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ความ ดังนี้เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 21.36 น. นายอมรฯ อายุ 45 ปี ได้ขับขี่รถกระบะ โดยมี นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี ภรรยาเป็นผู้โดยสารมาด้วยกัน ในเวลาดังกล่าวนายอมรฯ ได้ถอยรถกระบะเพื่อที่จะกลับรถบริเวณปากซอยเรวดี 61 ซึ่งในขณะนั้น ถนนบริเวณดังกล่าวมีร่องน้ำ ทำให้ล้อรถกระบะติดร่องน้ำ นายอมรฯ จึงได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อที่จะให้ล้อรถกระบะพ้นจากร่องน้ำ ขณะที่นายอมรฯ เร่ง เครื่องยนต์จนรถกระบะพ้นร่องน้ำแล้ว รถได้พุ่งเข้าไปหากลุ่มเด็กๆ ด้วยความเร็วพอสมควร เกือบที่จะเฉี่ยวชนเด็ก ทำให้กลุ่ม ผู้ปกครองเด็กไม่พอใจ ต่อมาเมื่อนายอมรฯได้ขับขี่รถกระบะไปจอด ได้มีกลุ่มผู้ปกครองเด็กเดินเข้าไปที่รถกระบะประมาณ 5 -7 คน จนกระทั่งนายอมรฯ ลงมาจากรถ ได้มีชายไทยสวมเสื้อสีดำ (สืบสวนทราบว่า คือ นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี) ใช้หมัดชกนายอมรฯ ทำให้นายอมรฯ ล้มลงที่พื้นบริเวณข้างรถกระบะ จากนั้นนายสุกฤษฎิ์ฯ,นายอาณัฐฯ อายุ 37 ปี และพวก ได้กระทืบนายอมรฯ หลายครั้ง โดยมีนางสาวนภาพรฯ เข้าไปกอดนายอมรฯไว้ ซึ่งขณะนั้นได้มีกลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 5 -7 คน (คาดว่าจะเป็นญาติของนายอมรฯ) ได้เข้ามาชกต่อยนายสุกฤษฎิ์ฯ และนายอาณัฐฯ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์วิวาทกัน ซึ่งระหว่างที่นายอมรฯ,นายสุกฤษฎิ์ฯ และกลุ่มบุคคลอื่นไม่ทราบชื่ออีกจำนวนหนึ่งล้มลงกับพื้น กลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 โดยมี ชายไทยไม่ทราบชื่อ ถือท่อพีวีซียาวประมาณ 0.5 เมตร มาฟาดที่นายอาณัฐฯ ที่ชุลมุนอยู่ที่พื้นโดยโดนฟาดไปที่บริเวณหลัง จำนวน 2-3 ครั้ง ทำให้นายปวีร์ฯ ได้ปรี่เข้ามาชกที่ชายคนที่เอาท่อพีวีซีมาทำร้ายนายอาณัฐฯ จนถอยกลับไป ต่อมาก็ได้ มีชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีขาว ได้ถือขวดเบียร์แก้วสีเขียว มาฟาดบริเวณศรีษะของนายอาณัฐฯ แล้ววิ่งหนีไปจากวงที่ชุลมุนกัน ทำให้นายโอภาสฯ (สวมเสื้อสีเขียว) ได้เข้ามาห้ามปรามฝ่ายบุคคลที่ 3 ให้หยุด 2 หลังจากห้ามปรามได้ไม่นาน ได้มีฝ่ายบุคคลที่ 3 อีกจำนวน 4 คน ได้ถือของดังนี้ คนที่1 ถือท่อพีวีซีสีขาว,คนที่ 2 ถือเก้าอี้พับ เหล็กสีเหลือง,คนที่ 3 ถือเก้าอี้พลาสติกสีแดง และ คนที่ 4 ถือเก้าอี้พับเหล็กสีเหลือง พอบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 4 คนเข้ามา ทำ ให้บุคคลอีก 2 คน ฝ่ายผู้ปกครองเด็กได้เข้ามาสมทบเพิ่มเติม โดยคนที่ 1 ได้ปรี่เข้ามาหานายโอภาสฯ และใช้เก้าอี้เหล็กฟาดที่ บริเวณศรีษะของนายโอภาสฯ คนที่ 2ได้ยกเก้าอี้สีแดงฟาดไปที่ฝ่ายกลุ่มผู้ปกครอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งฝ่าย สืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จะได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายละเอียดคู่กรณีทั้ง 3 ฝ่าย
ฝ่ายที่ 1 ผู้เสียหาย (ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ)
1.1 นายอมรฯ อายุ 45 ปี
1.2 นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี
ฝ่ายที่ 2 ผู้ถูกกล่าวหา (ผู้ปกครองเด็ก)
2.1 นายอาณัฐฯ อายุ 37 ปี
2.2 นายกรกตฯ อายุ 33 ปี
2.3 นายปวีร์ฯ อายุ 34 ปี
2.4 นายธนทนฯ อายุ 34 ปี
2.5 นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี
2.6 นายธนากรฯ อายุ 17 ปี
2.7 นายโอภาส ฯ (ห้ามปราม) อายุ 39 ปี
ฝ่ายที่ 3 ชายไทยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ประมาณ 5 -7 คน (ญาติของผู้เสียหาย)
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” วัน/เดือน/ปี เวลา/สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 13 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 21.36 น. เหตุเกิดที่ปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ การถอยรถกระบะของนายอมรฯ ผู้เสียหาย ที่เกือบจะชนเด็ก ทำให้กลุ่มผู้ปกครอง ไม่พอใจ จึงลงมือก่อเหตุทำร่ายร่างกาย
สิ่งที่พนักงานสอบสวนดำเนินการไปแล้ว
1.รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย จากผู้เสียหายทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนต่างวันเวลากัน
2.ดำเนินการถ่ายภาพบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน และส่งตัวไปชันสูตรบาดแผลยังโรงพยาบาลรัฐ คือ รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.บางกรวย แล้วทุกคน
3.สืบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุทุกมุมกล้อง อีกทั้งรวบรวมไฟล์กล้องวงจรปิดจากพยาน บุคคลซึ่งได้ถ่าย VDO ขณะเกิดเหตุไว้แล้ว
4.นัดหมายผู้เสียหาย พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกปาก เข้าพบพนักงานสอบสวนตามลำดับ เพื่อสอบสวนประกอบคดี
สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป
1.เร่งรัดรายงานสืบสวน,พิสูจน์ตัวบุคคล เมื่อพบการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้งจะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
2.เร่งรัดผลชันสูตรบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บจากโรงพยาบาลมาประกอบคดี
3.รายงานผู้บังคับบัญชาตามมลำดับชั้นทราบ และตรวจสอบสำนวนการสอบสวน
https://www.honekrasae.com/content/aezkbObf221xiSDVXoB2?force=1







No comments:
Post a Comment