"อัจฉริยะ" ยื่นหนังสือถึง ผบช.ไซเบอร์ ขอยุติการ สอบสวนคดี บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชี้" ซ้ำซ้อน กับคดีกองปราบเคยตรวจสอบแล้ว เชื่อ ปมเหตุเปิดโปงคดีแตงโมและปลอมหมายจับศาล ทำให้ถูกรังแกอย่างหนัก - สำนักข่าวพิมพ์ไทย | www.phimthai.com

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Search This Blog

Wednesday, September 30, 2026

"อัจฉริยะ" ยื่นหนังสือถึง ผบช.ไซเบอร์ ขอยุติการ สอบสวนคดี บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชี้" ซ้ำซ้อน กับคดีกองปราบเคยตรวจสอบแล้ว เชื่อ ปมเหตุเปิดโปงคดีแตงโมและปลอมหมายจับศาล ทำให้ถูกรังแกอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 ที่สอท.2 บช.สอท. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ เพื่อขอให้ยุติการสืบสวนสอบสวนคดีที่ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอัจฉริยะ เกี่ยวกับบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อนกับที่ กองปราบปราม ได้ดำเนินการสอบสวน ไว้แล้ว
 
นายอัจฉริยะฯ กล่าวว่า วันนี้มามายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ในกรณีที่มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทางตำรวจไซเบอร์ 1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งบัญชีช่วยเหลืออาชญากรรมตนเองใช้มาแล้วกว่า 13 ปี และดังกล่าว เคยถูก กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีแล้วในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และมีการตรวจสอบบัญชีนี้โดยเอาผู้ที่โอนเงินให้กับบัญชีของชมรมฯ มาสอบจำนวนมากและไม่พบการกระทำความผิด และสำนวนคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ พนีกงานสอบสวน ได้ส่งให้พนักงานอัยการไป เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และอัยการมีคำสั่งฟ้องที่ศาลอาญา ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
 
นายอัจฉริยะฯ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือมาถึงกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ 1 ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องเดียวกันคือบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยประเด็นคำถาม ที่มีการสอบถามพยาน ระบุว่า นายอัจฉริยะ เคยเอาบัญชีชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ไปรับบริจาคหรือไม่ ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่เคยรับบริจาคตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา และคำถามของพนักงานสอบสวน ถามว่า เคยมีการนำบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปแปะบนลิงก์ YouTube ของโคนันเมืองไทย หรือไม่ตนเองก็ไม่เคยนำบัญชีไปแปะ
 
พร้อมย้ำว่า บัญชีนี้เป็นบัญชีส่วนตัวซึ่งไม่ได้เป็นมูลนิธิ ไม่ได้เป็นสมาคมหรือนิติบุคคล ดังนั้นบัญชีนี้จะนำเงินที่ทำมาหาได้ มีที่มาที่ไป สามารถเอาไปใช้อะไรก็ได้ในเรื่องส่วนตัว
 
ส่วนกรณีที่ถูกดำเนินคดีมองว่าเป็นเรื่องที่ตนเองออกมาเปิดโปงคดีแตงโมและเรื่องของการปลอมหมายจับของศาลในขณะนี้ที่มีการร้องไปยังนายรังสิมันต์ โรมประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และมีการบรรจุเข้าในวาระของกรรมาธิการแล้วคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเองถูกรังแกอย่างหนัก
 
เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาที่มีความพยายามที่จะดำเนินคดีคือข้อหาอะไร นายอัจฉริยะฯ ระบุว่า มีความพยายามจะดำเนินคดีในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน โดยกล่าวหาว่า ตนเองใช้บัญชีของชมรม ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปใช้ผิดประเภท ซึ่งจริงๆแล้วชมรมไม่เคยรับบริจาค เมื่อไม่ได้รับบริจาคก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนของไซเบอร์ 1 ไปออกหมายเรียกพยานมาจำนวนมากมาสอบสวน ก็เป็นเรื่องเดิม บัญชีเดิม เหตุการณ์เดิมที่กองปราบปรามทำเสร็จสิ้นไปแล้วจึงเป็นการดำเนินคดีชอบด้วยกฎหมายหรือดำเนินคดีซ้ำ

โดยในช่วงบ่ายวันนี้ นายอัจฉริยะฯ เตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวน สอท.1 เพื่อ แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าถ้าหากตนเองกระทำผิดก็ยินดีจะมอบมอบตัวและต่อสู้คดีในชั้นอัยการและชั้นศาลต่อไป
 
อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มารับมอบหนังสือจากนายอัจฉริยะฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
 
จากนั้น ในช่วงบ่าย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สอท. 1 เพื่อลงบันทึกประจำวันโดยระบุว่า วันนี้ 23 กันยายน 2569 เวลา 13:00 น. นายอัจฉริยะฯ เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 แจ้งว่า วันนี้ผู้แจ้งได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนโดยประสงค์จะยื่นหนังสือชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่ 68 / 2569 ด่วนที่สุดลงวันที่ (23 กันยายน) เรื่องร้องคัดค้านและขอให้ยุติ การสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตร. 355 / 2569 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เนื่องจากเป็นการดำเนินคดีซ้ำกับคดีอาญาที่สามหก / 2569 กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ซึ่งมิชอบด้วยกฎหมายและประสงค์จะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อ รับทราบข้อกล่าวหา
 
เนื่องจากรับทราบจากผู้รับหมายเรียกว่าในหมายเรียกได้ระบุว่าผู้แจ้งเป็นผู้ต้องหาแล้ว ผู้แจ้งจึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยขอพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเนื่องจากผู้แจ้งได้ปรากฏตัวต่อต้านพนักงานสอบสวนแล้วแต่พนักงานสอบสวนอ้างว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอแล้วออกหมายเรียกผู้แจ้งอีกครั้งเพื่อให้มารับทราบ ข้อกล่าวหาต่อไป จึงยังไม่ได้ แจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ จึงขอลงบันทึกเป็นหลักฐานพนักงานสอบสวนเวรได้รับแจ้งไว้ตามความประสงค์ของผู้แจ้งจึงขอให้ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages