เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 จากสถานการณ์อุทกภัย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระดมทีมช่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย พร้อมเปิดศูนย์พักพิง และลงพื้นที่ตรวจเช็ก และซ่อมแซมไฟฟ้าภายในอาคาร เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างเร่งด่วนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและผู้ใช้แรงงานในหลายพื้นที่ ตนมีความห่วงใยความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการด่วนไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทุกจังหวัดที่ประสบภัย ให้ระดมสรรพกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร เครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพี่น้องประชาชนทันที 2 ด้านเร่งด่วน ได้แก่
1) การช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วม (ทันที)
จัดตั้งจุดให้บริการและศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชน ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละจังหวัดพื้นที่ประสบอุทกภัย เป็นจุดพักพิงชั่วคราว และจุดจอดรถยนต์–รถจักรยานยนต์ เพื่อหนีน้ำท่วมให้กับประชาชน พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่และยานพาหนะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ช่วยขนย้ายสิ่งของ ผู้ประสบภัย กลุ่มเปราะบาง และร่วมแจกจ่ายถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น พร้อมช่วยตรวจเช็กสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดที่ประสบอุทกภัย
2) การฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนหลังน้ำลด จัดตั้งศูนย์บริการ "ซ่อม สร้าง สุข" โดยทีมช่างอาสาพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกอบด้วย ครูฝึกช่างฝีมือ และอาสาสมัครเครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยก่อนใช้งาน ป้องกันอุบัติเหตุไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจร บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ ที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้เปิดจุดให้บริการตรวจเช็กสภาพและบำรุงรักษารถยนต์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำยานพาหนะกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้บริการนำร่องแล้วในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ผ่านสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละพื้นที่“นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เกาะติดสถานการณ์และบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและยานพาหนะของประชาชน ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยหรือสถานประกอบกิจการที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่ได้ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือเพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน“ นายจุลพันธ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย











No comments:
Post a Comment