ข้อเสนอเชิงนโยบายจากชุมชนท้องถิ่น สกัดแพร่ระบาดบุหรี่-ลดหนี้ครัวเรือน - สำนักข่าวพิมพ์ไทย | www.phimthai.com

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Search This Blog

Tuesday, August 18, 2026

ข้อเสนอเชิงนโยบายจากชุมชนท้องถิ่น สกัดแพร่ระบาดบุหรี่-ลดหนี้ครัวเรือน

สสส.จับมือภาคียุทธศาสตร์และเครือข่ายท้องถิ่น สกัดวิกฤตบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ควบคู่ลดหนี้ครัวเรือน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ 7 ข้อ ชูพลังชุมชนเป็นฐานพร้อมขับเคลื่อนสู่นโยบายสาธารณะ
ข้อมูลล่าสุดจากระบบเก็บข้อมูลผลกระทบตามตัวชี้วัดของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ชี้ว่าคนไทยยังสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ถึง 15.40% มีเยาวชนชายวัย 15-29 ปี สูบบุหรี่มากกว่าเยาวชนหญิงถึง 6.6 เท่า อีกทั้งพบว่าพบควันบุหรี่ในบ้านถึง 26.69% ของครัวเรือน และในที่สาธารณะอีก 38.57% สะท้อนถึงความน่าเป็นห่วงจากพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงแค่ปัญหาสุขภาพแต่ยังกระทบต่อฐานะการเงินของครัวเรือนอีกด้วย
จากข้อมูลพฤติกรรมการเงินของครัวเรือนชุดข้อมูลชุดเดียวกัน พบว่าครัวเรือนไทยส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยเพียง 10,001-20,000 บาทต่อเดือน (33.75%) ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ 5,001-10,000 บาทต่อเดือน (37.47%) และมีครัวเรือนที่แบกหนี้สินถึง 41.60% หนี้เฉลี่ยสูงถึง 61,592.71 บาท โดยกลุ่มที่มีหนี้ระดับปานกลางถึงเริ่มตึงตัวสูงถึง 50.70% และกระทบหนักถึงขั้นวิกฤตอีก 8.96%
เมื่อภัยจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และภาระหนี้สินมาบรรจบกันในครัวเรือนและชุมชน นี่จึงกลายเป็นวิกฤตสองด้านที่ซ้อนทับกันในสังคมไทย และเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่ต้องอาศัยการจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับบุคคลครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงระดับนโยบาย
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส.ร่วมกับเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้จัด เวทีนโยบายสาธารณะ (Policy Forum) : ลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมการลดรายจ่ายโดยชุมชนท้องถิ่น ขึ้น เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะในการลดการแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ควบคู่กับการลดรายจ่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก
ในงานนี้ได้จัดวงสานเสวนา “ชุมชนท้องถิ่นทำได้” โดยมีตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ร่วมกันสะท้อนภาพความท้าทายที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่ง่ายขึ้นในกลุ่มเยาวชน ค่านิยมที่ยังไม่ทันกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุม ระบบป้องกันและบำบัดผู้ติดที่ยังขาดการบูรณาการ รวมถึงความเชื่อมโยงที่ถูกมองข้ามระหว่าง "หนี้สิน" กับ "พฤติกรรมเสี่ยง" เพราะความเครียดจากภาระทางการเงินมักผลักดันให้คนในชุมชนหันไปพึ่งพาบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นทางออก วงเสวนาจึงเห็นตรงกันว่าหากไม่อาศัยพลังของท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดปัญหาที่สุด การแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ย่อมไม่มีวันยั่งยืน
อย่าง น.ส.สุวรรณ คูประทุมศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเสิงสาง จ.นครราชสีมา เลือกใช้แนวทาง "ผู้นำต้องทำก่อน" โดยให้ผู้บริหารเทศบาลทุกคนเป็นแบบอย่างไม่สูบบุหรี่ พร้อมขับเคลื่อนโครงการศิลปะรณรงค์ให้เยาวชนวาดภาพและจัดแสดงผลงานในกิจกรรม "ดนตรีในสวน" เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์แทนที่การเข้าหาปัจจัยเสี่ยง
"เราทำงานเชิงนโยบายและสร้างโครงการเพื่อผลักดันการรณรงค์ เมื่อก่อนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นค่านิยมของวัยรุ่น แต่การรณรงค์สร้างสรรค์ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปได้จริง" นายกเทศมนตรีตำบลเสิงสาง กล่าว
ส่วน น.ส.ชฎานันท์ อนุลีจันทร์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เล่าว่า ในชุมชนพบเด็กอายุเพียง 10 ขวบ เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าตามอิทธิพลรุ่นพี่ จึงใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง จัดทำ MOU กับสถานีตำรวจภูธรบางค้า เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมาย และดึง "ผู้ปกครองเครือข่าย" เข้ามาช่วยสังเกตพฤติกรรมเด็กทั้งในและนอกเวลาเรียน
"ล่าสุดในปี 2569 นี้ เราไม่พบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าภายในสถานศึกษาแล้ว แม้ยังมีปัญหานอกโรงเรียน แต่ด้วยเครือข่ายผู้ปกครองที่เข้มแข็ง ทำให้เราได้รับข้อมูลและสามารถเรียกเด็กและผู้ปกครองมาทำข้อตกลงเพื่อหยุดวงจรดังกล่าวได้ทันท่วงที" น.ส.ชฎานันท์ฯ กล่าว
ขณะที่ นายรื่น แจ้งกระจ่าง กำนันตำบลหารเทา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของ "หนี้สิน" กับ "พฤติกรรมเสี่ยง" อย่างการสูบบุหรี่และดื่มสุราว่า ความเครียดคือตัวการสำคัญที่ผลักคนเข้าหาเหล้าและบุหรี่ จึงใช้โมเดล "ศูนย์จัดการหนี้ครัวเรือน" และนวัตกรรม "มะนาวคอนโด" สร้างอาชีพเสริมลดรายจ่าย พร้อมดึงเยาวชนกลุ่ม "ต้นกล้า" มาขับเคลื่อนข้อมูลและรณรงค์ผ่านบอร์ดเกม
"แก้หนี้ได้ ชีวิตก็เครียดน้อยลง รายจ่ายบุหรี่เหล้าก็ลดลงตาม สิ่งสำคัญคือผู้นำต้องทำก่อน ทำให้คนในชุมชนเชื่อมั่นและลงมือทำตาม" กำนันรื่น กล่าว
ปิดท้ายด้วย นายสืบศักดิ์ สุภิมาส นายกเทศมนตรีตำบลวังผาง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ที่มองว่าปัญหาบุหรี่และหนี้สินคือเรื่องเดียวกันในเชิงโครงสร้าง จึงริเริ่มโครงการ "ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก" ใช้ระบบห่วงโซ่อุปทานสร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ เช่น การทำลูกประคบสมุนไพร
"การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง เมื่อคนมีรายได้ มีอาชีพเสริม ความเครียดที่เคยเป็นชนวนเหตุให้เขาหันไปหาสิ่งเสพติดก็จะลดลง" นายกฯสืบศักดิ์ สรุป
ภายหลังเวทีเสวนาตัวแทนภาคีเครือข่ายยุทธศาตร์ หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เข้ามารับฟังข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันสะท้อนการทำงานและแนวทางการสนับสนุนการยกระดับขับเคลื่อนลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ไปสู่นโยบายสาธารณะ
 นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำว่าภารกิจการดูแลสุขภาวะประชาชนเป็นงานหลักที่ทุกท้องถิ่นต้องร่วมมือกัน แม้จะมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและองค์ความรู้ แต่หากมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสร้างบรรทัดฐานทางสังคมที่เข้มแข็ง ย่อมสามารถแก้ไขปัญหาได้ 
"ทุกท้องถิ่นมีบุคลากร มีงบประมาณ มีแผนการจัดการ และมีเครื่องมือตามข้อบัญญัติประจำปีที่จะมุ่งไปสู่ความสำเร็จในการดูแลลูกหลาน เพื่อให้เขาเติบโตไปอย่างตลอดรอดฝั่ง สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจว่าสิ่งที่เรามุ่งไปนั้นเป็นของแท้ เป็นของจริง และต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม สถ. ขอเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเชื่อมงานที่พี่น้องท้องถิ่นในการที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต หากมีปัญหาหรือข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ขอให้แจ้งเพื่อหาทางออกร่วมกัน" รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวปิดท้าย
ด้าน นางสุภัทรา สนิทสม ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงนโยบาย "สถานศึกษาปลอดภัย" ที่มุ่งจัดการภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งอุบัติเหตุ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด โดยมีการจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพของผู้เรียนและครูบุคลากรทางการศึกษา" เพื่อขับเคลื่อนมาตรการให้มีความเข้มข้น โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในการขับเคลื่อน "ธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา" ตั้งแต่ปี 2565 โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมของ "ผู้เรียน" เป็นศูนย์กลางร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง ในการกำหนดนโยบายสาธารณะของโรงเรียน
ผลสำเร็จจากการดำเนินงานในหลายโรงเรียนพบว่า การจัดสภาพแวดล้อมที่โปร่งโล่ง และการให้เพื่อนเตือนเพื่อน สามารถลดจำนวนนักเรียนที่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ จนหลายแห่งสามารถก้าวไปสู่สถานศึกษาปลอดบุหรี่ได้อย่างแท้จริง
ในช่วงท้ายของ เวทีนโยบายสาธารณะ : ลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมกาลดรายจ่ายโดยชุมชนท้องถิ่น ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ได้สรุปข้อเสนอและประเด็นจากหน่วยงานภาคียุทธศาสตร์ ว่า ชุมชนต้องเข้มแข็ง "จากข้างใน" ก่อน จึงจะยั่งยืนได้จริง พร้อมชู 5 แนวทางจัดการบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ แก้ปัญหาการเข้าถึง สร้างค่านิยมใหม่เรื่องพิษภัยให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย บูรณาการระบบป้องกัน บำบัด และใช้ข้อมูลชุมชนเป็นฐานในการเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องรายจ่าย เสนอให้ อปท. เป็นต้นแบบผ่านนโยบายป้องกันหนี้ ทำบัญชีครัวเรือน และสร้างความรอบรู้ทางการเงินให้ประชาชน
ขณะที่ นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขยายความถึงบทบาทของ สสส. ว่าไม่ใช่เพียงผู้ให้งบประมาณ แต่คือผู้ "หนุนเสริมและเชื่อมประสาน" โดยวางกลไกการทำงานไว้ 4 ระยะ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมและกำหนดตัวชี้วัดร่วมกับพื้นที่ในช่วง 0-6 เดือน การนำมาตรการและเครื่องมือ ไปปรับใช้จริงในช่วง 6-18 เดือน การประเมินผลและสังเคราะห์บทเรียนในช่วง 18-36 เดือน ไปจนถึงการบูรณาการแนวทางที่สำเร็จให้กลายเป็นภารกิจประจำในระยะยาว พร้อมทิ้งท้ายถึงความคาดหวังให้เกิด "นวัตกรรมการลด ละ เลิกบุหรี่ในแบบฉบับของแต่ละพื้นที่" เพื่อเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นทั่วประเทศ
ปิดท้ายเวทีด้วยภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ "ร่วมลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมการลดรายจ่ายโดยชุมชนท้องถิ่น" นำโดย นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยยึดหลักการเชื่อมโยง 3 มิติเข้าด้วยกัน คือ "สุขภาพ-รายจ่าย-หนี้ครัวเรือน" ผ่านฐานพลังของชุมชนท้องถิ่น ครอบคลุมเจตนารมณ์ 7 ประการ ได้แก่
1) ป้องกันและลดการแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 2) สร้างความรอบรู้และภูมิคุ้มกันต่อบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 3) ร่วมสร้างชุมชนและสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 4) ลดรายจ่ายจากพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ 5) เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและการเงินเพื่อจัดการหนี้ครัวเรือน 6) พัฒนากลไกชุมชนเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงและภาระหนี้ครัวเรือน 7) บูรณาการความร่วมมือและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในทุกระดับ
การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำฉันทามติของทุกภาคส่วนในการสานพลังขับเคลื่อนและผลักดันการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ควบคู่ไปกับการลดรายจ่ายและจัดการหนี้ครัวเรือน เพื่อเสริมศักยภาพให้ประชาชน ครัวเรือน ชุมชน และท้องถิ่น สามารถจัดการสุขภาวะและเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages