กองทุนววน.(สกสว.-บพข.) - ม.รามคำแหง ร่วมกับ AEN และเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนชุมพร เปิดตัว “Nature Positive Tour” ท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวกจ.ชุมพร - สำนักข่าวพิมพ์ไทย | www.phimthai.com

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Search This Blog

Thursday, August 13, 2026

กองทุนววน.(สกสว.-บพข.) - ม.รามคำแหง ร่วมกับ AEN และเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนชุมพร เปิดตัว “Nature Positive Tour” ท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวกจ.ชุมพร

ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนสู่การท่องเที่ยงเชิงฟื้นสร้าง “Regenerative Tourism” ชวนนักท่องเที่ยวร่วมฟื้นฟูทะเล–เก็บดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (eDNA) ครั้งแรกของไทย เชื่อมความหลากหลายทางชีวภาพ วิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองและการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ สู่การปฏิบัติจริง
ช่วงวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยคณาจารย์และนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกสว. และ บพข. ร่วมกับสมาคมการค้าเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย (AEN) และเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดชุมพร เปิดตัวกิจกรรม “Nature Positive Tour” ณ บ้านท้องตมใหญ่ จังหวัดชุมพร พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อศึกษาดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA : eDNA) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวบูรณาการการท่องเที่ยวโดยชุมชน การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง เพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงลดผลกระทบต่อธรรมชาติ แต่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทะเลและชุมชนด้วยโปรแกรม 3 วัน 2 คืน ได้รับการออกแบบให้เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์และการลงมือทำจริง หรือ Experience-based Tourism ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเลและวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง พร้อมลงมือทำกิจกรรมจริง เช่น สร้างและจัดวาง “บ้านปลา” ดำน้ำตื้นอย่างรับผิดชอบ เรียนรู้การอนุรักษ์เต่าทะเล เก็บขยะชายหาด และเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อวิเคราะห์ eDNA กิจกรรมทั้งหมดสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของนักท่องเที่ยวจาก “ผู้มาเยือน” สู่ “ผู้มีส่วนร่วม” และ “ผู้ร่วมฟื้นฟู” ธรรมชาติ

การออกแบบเชิงบูรณาการงานวิจัย จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) สู่การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism) หัวใจของการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก “Nature Positive Tour” เกิดจากการยกระดับแนวคิดของการออกแบบเชิงบูรณาการงานวิจัย จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มุ่ง “ลดผลกระทบให้น้อยที่สุด” ไปสู่ Regenerative Tourism หรือ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” ซึ่งตั้งคำถามที่ก้าวไปอีกขั้นว่า “เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง เราจะทำให้ธรรมชาติและชุมชนอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร”
ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. (ด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน),ประธานคณะทำงานกลั่นกรองแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. และกรรมการและเลขานุการ คณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy กล่าวว่าแนวคิด Nature Positive มิได้เพียงการทำกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลัง แต่ให้ความสำคัญตั้งแต่การหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบการปกป้องธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมทางเศรษฐกิจผู้มาเยือน (Visitor Economy) และพฤติกรรมของผู้คน เพื่อมุ่งสู่การหยุดยั้งและพลิกฟื้นการสูญเสียธรรมชาติ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
สำหรับบ้านท้องตมใหญ่ แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดจากทฤษฎีสู่การลงมือทำ ผ่านกิจกรรม ที่นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมได้จริง ตั้งแต่การลดขยะ การเลือกบริโภคอย่างรับผิดชอบ การไม่รบกวนสิ่งมีชีวิตขณะดำน้ำ ไปจนถึงการฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและช่วยสร้างข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ*ของพื้นที่ นับเป็นความสำเร็จของกองทุน ววน.ในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Sciences) วิจัย (Research) และนวัตกรรม (Innovation) มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ ดั่งวิสัยทัศน์ “SRI For All” และการขับเคลื่อนนโยบาย “Thailand Open Science for ALL” ภายใต้แนวคิด 'เปิดโลกนวัตกรรม เปิดรับวิทยาการ ร่วมสร้างอนาคตไทย' จากเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto) สู่ ชุมพร : เปลี่ยนเป้าหมายระดับโลกสู่การปฏิบัติในพื้นที่
นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น ผู้ก่อตั้ง trekking THAI และอุปนายกสมาคมการค้าเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย (Association of Asia Ecotourism Network : AEN) ได้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดจาก Global Nature Positive Summit 2026 และ The Kumamoto Declaration สู่การท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเน้นให้คำว่า “Nature Positive” ถูกแปลงเป็นกิจกรรมที่ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมได้จริง ตั้งแต่การลดขยะ การบริโภคอย่างรับผิดชอบ การดำน้ำโดยไม่ทำลายระบบนิเวศ การฟื้นฟูแหล่งอาศัย การติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน การทดลองที่บ้านท้องตมใหญ่จึงเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับค้นหารูปแบบ Nature Positive Tourism ที่เหมาะกับบริบทไทยและสามารถขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยวอื่น
เมื่องานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการมาพบโลกของการท่องเที่ยว
รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน รศ.ดร. มาฆมาส สุทธาชีพ ผศ.ดร. วิชิน สืบปาละ ดร.สิทธิพร เพ็งสกุล และคณะนักวิจัยจากกลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้นำองค์ความรู้จากโครงการด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก GIZ ประเทศไทย รวมถึงโครงการด้าน Nature-based Solutions และ Together NZT Phase 2 ที่สนับสนุนโดย สกสว. บพข. และ รวพ. มาประยุกต์สู่การออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติและชุมชน หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ชุมชนและนักท่องเที่ยวร่วมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อวิเคราะห์ ดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA: eDNA) สำหรับศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและจัดทำข้อมูลพื้นฐานเพื่อการติดตามทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว
หนึ่งในไฮไลต์คือการให้ชุมชนและนักท่องเที่ยวร่วมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อนำไปวิเคราะห์ eDNA ในรูปแบบวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง เพื่อศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและสร้างข้อมูลพื้นฐานสำหรับติดตามทรัพยากรทางทะเล โดยประยุกต์แนวทางจาก ANEMONE (All Nippon eDNA Monitoring Network) เครือข่ายติดตามความหลากหลายทางชีวภาพของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ ซึ่งให้ความสำคัญกับมาตรฐานการเก็บตัวอย่าง การบันทึกข้อมูลพื้นที่ การกรองและรักษาสภาพตัวอย่าง และการป้องกันการปนเปื้อน เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและเปรียบเทียบได้ระหว่างพื้นที่หรือช่วงเวลา
การบูรณาการ eDNA เข้ากับการท่องเที่ยวช่วยเปลี่ยนนักท่องเที่ยวจากผู้ชมธรรมชาติสู่ Citizen Scientist ทำให้การเดินทางไม่เพียงสร้างความทรงจำ แต่ยังเพิ่มความรู้ ความผูกพันกับพื้นที่ และความรู้สึกมีส่วนร่วมในการดูแลธรรมชาติ จาก Tourist Experience สู่ Transformative Experience ที่สามารถต่อยอดไปสู่ทัศนคติและพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ชุมชนถ่ายทอดภูมิปัญญา นักท่องเที่ยวลงมือสร้าง “บ้านปลา” หนึ่งในประสบการณ์สำคัญของทริปคือกิจกรรม “สร้างบ้านปลา คืนชีวิตสู่ทะเล” โดย ว่าที่พันตรี วัชรินทร์ แสวงการ (ครูไก่) เลขานุการสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องบ้านปลา วิถีชีวิตสัตว์น้ำ และระบบนิเวศชายฝั่ง ก่อนให้ผู้เข้าร่วมลงมือประกอบและนำบ้านปลาไปจัดวางในทะเล บ้านปลามีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่หลบภัย แหล่งอาศัย และพื้นที่อนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสัมพันธ์ระหว่างถิ่นอาศัย ความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรประมง และความมั่นคงของชุมชนชายฝั่ง พร้อมเรียนรู้ว่าการฟื้นฟูจะยั่งยืนเมื่อวิทยาศาสตร์ทำงานร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และชุมชนเป็นผู้ร่วมออกแบบ ถ่ายทอดความรู้ และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
พลัง “Silver Gen” เปลี่ยนบทบาทจากผู้มาเยือน สู่ “ผู้ฟื้นฟูธรรมชาติ”
คณะศิษย์เก่าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก (รุ่นพะยอม 18-20) จำนวน 16 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณศักยภาพสูง (Silver Gen Travelers) จากหลากหลายอาชีพ อาทิ ข้าราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักการธนาคาร ผู้ประกอบการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) ผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงบวก “Nature Positive Tour” โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประทับใจกับการดีไซน์โปรแกรมที่นำวิทยาศาสตร์และงานวิจัย มาผสานกับการจัดการทรัพยากรทางทะเลของชุมชนได้อย่างลงตัว เปลี่ยนบทบาทของพวกเขาจาก “ผู้มาเยือน” ให้กลายเป็น “ผู้มีส่วนร่วมฟื้นฟูธรรมชาติอย่างแท้จริง” นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งของชุมชน สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สร้างประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติและเจ้าของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม "ร้อยใจศิษย์เก่าเฉลิมขวัญสตรี พิษณุโลก เปลี่ยนวัยเกษียณให้เป็นพลังขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ชุมชน รังสรรค์ธรรมชาติเชิงบวก เพื่อคืนความสมบูรณ์และงดงามให้แก่ท้องทะเลไทย" สมกับความมุ่งมั่นตั้งใจในการเดินทางในครั้งนี้
เมื่อการอนุรักษ์ต้องสร้างประโยชน์ที่มองเห็นได้ 
นายอำพล ธานีครุฑ (ผู้ใหญ่หรั่ง) นายกสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดบทเรียนจากการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านเกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร ว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนไม่ได้เริ่มจากการสร้างกิจกรรมหรือที่พักเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการให้ความรู้และสร้างความตระหนักว่าธรรมชาติคือฐานของวิถีชีวิต อาหาร อาชีพ และรายได้ การอนุรักษ์จึงควรสร้างผลลัพธ์ที่ชุมชนมองเห็นและจับต้องได้ เมื่อทรัพยากรดีขึ้น พื้นที่น่าสนใจขึ้น นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และรายได้กระจายสู่ครัวเรือนและผู้ประกอบการ ก็จะเกิดแรงจูงใจให้คนในพื้นที่ดูแลทรัพยากรด้วยตนเองในระยะยาว

เชื่อมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ “Biodiversity” กับการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ “Carbon Neutral Tourism”
โปรแกรม “Nature Positive Tour” เชื่อมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับ Carbon Neutral Tourism และ Net Zero Tourism เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัญหาที่สัมพันธ์กัน ตลอดทริปจึงส่งเสริมการลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว เช่น ลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับปะการัง ดำน้ำอย่างรับผิดชอบ ใช้ “ปิ่นโตรักษ์โลก” และเลือกอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางดังกล่าวต่อยอดจากงานวิจัยด้าน Nature-based Solutions และ Net Zero Tourism Pathway เพื่อประเมินและลด Carbon Footprint ควบคู่กับการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ โดยมุ่งให้การท่องเที่ยวไม่เพียง “ปล่อยคาร์บอนน้อยลง” แต่ยังช่วยให้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศดีขึ้น อันเป็นพื้นฐานของ Regenerative Tourism ในจังหวัดชุมพร

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages