นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาของ สศก. โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร เรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มจากมาตรการจัดการมูลสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก : กรณีศึกษาโคนม” ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจระบบบำบัดน้ำเสียชนิดได้ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ในฟาร์มโคนมที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในปี 2567 จำนวน 20 ฟาร์ม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่,ลำพูน,สระแก้ว และนครราชสีมา โดยโครงการนี้ถือเป็นการขยายผลสำเร็จจากการริเริ่มส่งเสริมระบบ Biogas ในฟาร์มสุกรที่ผ่านมา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มโคนมอย่างเป็นรูปธรรมประเด็นสำคัญจากการศึกษาด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Viability) พบว่าระบบ Biogas มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยโครงการนำร่องนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนส่วนเกินของเกษตรกรจะพบว่าต้นทุนก่อสร้างรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 106,400 บาทต่อฟาร์ม โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เฉลี่ยตลอดอายุโครงการในฟาร์มขนาดกลางสูงถึง 331,741.67 บาทต่อฟาร์ม รองลงมาคือฟาร์มขนาดใหญ่ 185,981.65 บาทต่อฟาร์ม และฟาร์มขนาดเล็ก 6,514.58 บาทต่อฟาร์ม ในขณะที่ด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ข้อมูลระบุว่าระบบ Biogas ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 30.03 tCO2e ต่อปีต่อฟาร์ม หรือลดลงได้ถึงร้อยละ 86.55 เมื่อเทียบกับการจัดการมูลสัตว์แบบเดิม
สำหรับการวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC) ซึ่งเป็นการวัดความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไปต่อการลดก๊าซ 1 ตัน พบประเด็นที่น่าสนใจคือ ฟาร์มขนาดใหญ่ มีความคุ้มค่าสูงที่สุดเนื่องจากมีค่า MAC ติดลบ อยู่ที่ -4,064.77 บาทต่อ tCO2e ซึ่งหมายความว่าทุกการลดก๊าซเรือนกระจก 1 ตัน เกษตรกรฟาร์มขนาดใหญ่ไม่เพียงแต่ช่วยลดโลกร้อน แต่จะได้รับผลประโยชน์สุทธิกลับคืนมาเป็นตัวเงินถึง 4,064.77 บาท (Win-Win) ในขณะที่ ฟาร์มขนาดกลาง มีต้นทุนในการลดก๊าซเพียงเล็กน้อยที่ 208.02 บาทต่อ tCO2e เนื่องจากมีปริมาณมูลสัตว์มากพอที่จะใช้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเกือบถึงจุดคุ้มทุน (Economy of Scale) ส่วนฟาร์มขนาดเล็ก มีต้นทุนในการลดก๊าซสูงที่สุดที่ 6,672.90 บาทต่อ tCO2e เนื่องจากมีต้นทุนคงที่ในการก่อสร้างระบบใกล้เคียงกับฟาร์มขนาดอื่น ขณะที่มีปริมาณก๊าซที่ลดได้น้อยกว่าตามสัดส่วนจำนวนโคนม ทำให้ต้นทุนส่วนเพิ่มต่อหน่วยสูงกว่าฟาร์มขนาดอื่นจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าระบบ Biogas มีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีความคุ้มค่าในการลงทุน (สศก.) จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ภาครัฐควรมุ่งเน้นสนับสนุนฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลางให้เป็น “กลุ่มนำร่อง” เพื่อใช้เป็นฟาร์มโคนมต้นแบบในการขยายผลและสร้างความตระหนักรู้ให้กับฟาร์มขนาดเล็กต่อไปในอนาคต โดยควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการลงทุนบางส่วน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) และเป็นแรงจูงใจให้ดูแลรักษาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง (Moral Hazard) รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ T-VER เพื่อสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)ในระยะต่อไป (สศก.) มีแผนที่จะศึกษาเชิงลึกถึงปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของเกษตรกร รวมถึงการวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่ม (MAC) ของการใช้อาหารสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อลดก๊าซมีเทนที่เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ (Enteric Fermentation) โดยตรง เพื่อหาแนวทางที่คุ้มค่าที่สุดในการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวสู่เศรษฐกิจ BCG และบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรอย่างยั่งยืนข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร









No comments:
Post a Comment